วันเสาร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2557

วันที่ดอกไม้ประชาธิปไตยจะบาน







เปลว สีเงิน
    แค่กำนันสุเทพเล่นบท "หนุมานจองถนน" ก่อนยึดกรุงลงกาหน่อยเดียว พวกอสูรไม่ว่าตัวเมีย-ตัวผู้ แยกเขี้ยวเสียวสะท้านกันยกใหญ่
    ลงกาชั้นในก็ระดมทัพยักษ์อำมาตย์กากีรับมือ  ลงการอบนอก มารตู่-มารเต้น เกณฑ์พลยักษ์ไพร่ นัยว่าจะให้แดงออกมาลบสถิติ "๑๐ ล้านมวลมหาประชาชน" นั่นเชียว
    สรุปว่า จันทร์ที่ ๑๓ มกรา ๕๗ ถนนทุกสายในประเทศไทยจะถูกแปลงสภาพเป็น "ถนนคนเดิน" พร้อมกันทั่วทั้งประเทศ
    โดยแบ่งโซนเจ้าภาพกันไป "ในกรุงเทพฯ" กำนันสุเทพ นำมวลมหาประชาชนเป็น "ดอกไม้ประชาธิปไตย" บานทั่วกรุง เทศกาลประชาชนปฏิวัติ
    ส่วนโซนต่างจังหวัด ยกเว้นจังหวัดบริวาร กทม. นังมารร้ายมอบให้ นปช.โดยตู่-เต้น เป็นเจ้าภาพ เกณฑ์เสื้อแดงออกมาแสดงแสนยานุภาพประชัน
    คนจัดน่ะ..พอรู้ แต่คนจ่าย บอกหน่อยซิเจ๊...ใครจ่าย ใช้งบกลาง งบลับ งบจังหวัด หรือเป็นอีเวนต์ ลาสต์ ซัปเปอร์
    "หลอกแดกแม้ว"?
    แล้วแบบนี้ เที่ยวพูดว่า มวลมหาประชาชนปิดเมือง-ปิดประเทศในลักษณะผู้ทำลายได้อย่างไร
    เพราะผู้ตื่นรู้  มีจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบ ออกมาขับเน้นประชาธิปไตยคุณธรรม เป็นภาพลักษณ์ "ผู้สร้าง" สู่อนาคตใหม่!
    ไม่ใช่ภาพซาตานผู้ทำลาย เหมือนอย่างปี ๕๒-๕๓ ที่ออกมาเมื่อไหร่ หมายถึงความฉิบหายทำลายล้าง บ้านต้องไหม้ เมืองต้องวายวอด
    ขนาดเบาะๆ ออกมาที่สนามราชมังคลาฯ วันก่อน "นักศึกษารามฯ" ยังต้องหามทั้งศพ ทั้งคนเจ็บ!
     สำหรับมวลมหาประชาชนพิสูจน์แล้ว ๒-๓ ครั้ง ออกมาเฉียด ๑๐ ล้าน ภาพแทนที่จะเป็นมุมลบ กลับเป็นภาพบวกสวยงาม
    ปลุก "ชีวิต" ประชาธิปไตยไทยให้มี "ชีวา" โดยมหาประชาชนผู้ตื่นแล้ว ไม่ยอมให้อสูรร้าย "สิงประชาธิปไตย" โกงบ้าน-กินเมืองอีกต่อไป
    มวลมหาประชาชนล้นเมืองขนาดนั้น แก้วน้ำซักใบยังไม่แตก นั่นแสดงถึงคุณภาพแห่งชีวิต-จิตวิญญาณ "ประชาชนปฏิวัติ"
    ออกมาด้วยอารยะ ไม่ได้ออกมาเยี่ยงสัตว์ป่ากระหายหิว เป็นสัญญาณบอกถึงอนาคตข้างหน้า....
    โดยมหาประชาชน ที่ไม่ยอมงอมือ-งอตีนให้กับทรราชระบอบทักษิณ ประเทศไทยหลังประชาชนปฏิวัติ ด้วยมหาประชาชนล้นฟูกรุงเทพฯ จะใสเหมือนแก้วเจียระไน!
    ที่เห็นเป็นตำหนินิดๆ น่าเสียดายนั้น....
    นั่นคือตะกวดในกรงทักษิณ ที่ออกมาตะกาย สร้างราคีให้กับความใส และซ้ำร้าย รัฐบาลสำส่อนยังใช้เสนียดในตัวนั้น ป้ายสี....
    "ดอกไม้ประชาธิปไตยมหาประชาชนที่จะบานพร้อมกันทั่วทุกถนนในกรุงเทพฯ ๑๓ มกรานั้น...
     คือดอกไม้พิษ ฆ่าสังคมประเทศ"!?
    ก็อยากจะบอก ดอกไม้ประชาธิปไตย เป็นดอกไม้ทิพย์สำหรับผู้ตื่นรู้สังคมประชาธิปไตยคุณธรรม เหมือนสายสิญจน์คล้องศีรษะ เป็นนวมงคล ไม่ฆ่าคนดี
    แต่ฆ่าผี ฆ่าซาตาน ฆ่านังมารร้าย ที่สิงคราบประชาธิปไตย กัดกิน ปอด ตับ ไต หัวใจ ไส้ พุงประเทศ เหมือนอย่างที่ "หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน" เคยพูดไว้นั่นตะหาก
    ประชาธิปไตยโดยมวลมหาประชาชนน่ะ ขยายตัวเบ่งบานมากเท่าไหร่ คณะนังมารระบอบทักษิณมันต้องลอยดอกกระฉอกหนีมากเท่านั้น ด้วยลางสังหรณ์เริ่มกรายหัวให้รู้ตัวว่า
    ชีวิตโคตรชั่ว "ชั่วโมงสุดท้าย" ใกล้ถึงแล้ว!
    ถามว่า แล้ว ๒ กุมภาจะมีเลือกตั้งจริงหรือ เพราะ กกต.แถลงแล้วว่า ต้องเดินไปตามเงื่อนไขเวลาที่พระราชกฤษฎีกากำหนดไว้?
    ถ้าถาม กกต.ก็คงตอบว่า...มี
    แต่ถ้าถามผม ตอบว่า...มี คือ ไม่มี!?
    ที่ กกต.ตอบว่ามี ผมเดาทาง เป็นทางแคบ-ทางบังคับที่ต้องตอบด้วยอับจนใจ และคำว่า "มี" ของท่าน มีในความหมาย....ไปตายเอาดาบหน้า
    รอศาลฎีกามีคำวินิจฉัยสำหรับผู้ไปแจ้งความตำรวจไว้เป็นหลักฐานว่า จะมีสิทธิ์ได้เป็นผู้ลงรับเลือกตั้งหรือไม่?
    แต่ดูปัจจัยรอบด้านแล้ว มองไม่เห็นประโยชน์ที่จะละลายงบกว่า ๓,๐๐๐ ล้าน ไปกับการเลือกตั้ง ที่เลือกเสร็จแล้ว ส.ส.ไม่ถึง ๙๕% เปิดสภาฯ ไม่ได้
    ยิ่ง ๗-๑๐ ม.ค.นี้ รัฐบาล รัฐสภา ส.ส.-ส.ว.๓๐๐ กว่าคน ล้วนมีอนาคตแขวนอยู่บนขื่อคาของ ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญ
    เป็น "อนาคตที่มืดมน" โดยแท้!
    มันตอกย้ำการเดินทางสู่ "สุญญากาศ" ทางการเมืองของไทยมากขึ้น..มากขึ้นโดยยังมิต้องมองถึงประเด็นว่า....
    ขนาดวันรับสมัคร ประชาชนยังต่อต้านการเข้าสู่อำนาจผ่านเลือกตั้งที่ไม่ชอบธรรม และมีปัญหากฎหมายมากมายขนาดนั้น แล้วถ้ามีเลือกตั้ง วันนั้น...
    ๒ กุมภา มหาประชาชน กับ ซาตานระบอบทักษิณ ไม่ต้องฆ่ากัน ๗๗ จังหวัดหรือ?
    มหาประชาชนผู้ตื่นรู้ไม่ได้ขัดขวางการเลือกตั้ง หากแต่ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งด้วยระบบและขบวนการที่ระบอบทักษิณเซตไว้
    เพราะตลอดเส้นทางสู่รูปแบบเลือกตั้ง ๒ กุมภา มันเป็นทางเถื่อนที่ระบอบทักษิณตัด แล้วปักป้ายเป็นถนนประชาธิปไตยสายหลัก ให้หลงทาง!
    ถ้าสังคมชาติ "ยอม" ให้ระบอบทักษิณลากไปตามเส้นทางที่มันปูลาดในครั้งนี้ ชาติทั้งชาติ ก็จะต้องสยบด้วยจำยอมอยู่ใต้ส้นตีนมัน ยาวนาน ชนิดไม่มีวันได้หลุด-ได้พ้น
    ถึงรุ่นลูก-หลาน-เหลน-โหลน โอ๊ค เอม อุ๊งอิ๊ง น้องไปป์ ต่อขยายเส้นทางไปถึงสายตระกูล ตู่-เต้น โน่นนนน!
    ถ้าชอบกันอย่างนั้น ๑๓ มกรา ก็ไปเดินตามตู่-เต้นเขา  แต่ถ้าตรองเห็นโทษภัยระบอบทักษิณอันมีต่อสถาบันชาติ  ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องการนำพาประเทศสู่อนาคตใหม่ ตามเส้นทางมวลมหาประชาชนปฏิวัติ
    ก็ไปร่วมเป็น ดอกไม้ประชาธิปไตยบานเช้า-บานสาย-บานบ่าย-บานค่ำ บานฉ่ำตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทั่วกรุงเทพฯ กับกำนันสุเทพ
    ของอย่างนี้ไม่ว่ากัน เป็นสิทธิ-เสรีภาพ ที่จะคิด ที่จะทำ ที่จะแสดงออก ขอให้การแสดงออกนั้น อยู่บนฐาน สงบ-สันติ ปราศจากอาวุธ ปราศจากความรุนแรง เป็นอันใช้ได้ทั้งนั้น
    ใครจะเป็นดอกไม้ประชาธิปไตยบานกับกำนันสุเทพ
    หรือ...จะไปเป็นดอกมารประชาธิปไตยบานกับ นปช.ตู่-เต้น....?
    อนาคตประเทศไทยอยู่ในกำมือแต่ละท่านแล้ว ด้วย "หุ้นส่วนประเทศ" แต่ละท่าน....
    จะให้ดอกไม้ประเทศบานด้วยมหาประชาชน...โปรดเป่านกหวีด
     หรือจะให้บานด้วยมารระบอบทักษิณ...โปรดเขย่าตีนตบ!






แปลก-ใหม่ "มหาชน" สู่อนาคตใหม่


แปลก-ใหม่ "มหาชน" สู่อนาคตใหม่
เปลว สีเงิน
 ออกมาแถลงในฐานะอะไรล่ะ...!
    ในฐานะเจ้าพนักงานตำรวจ หรือในฐานะผู้ร้ายปากแข็ง ฆ่าประชาชน ฆ่าพวกเดียวกันเองตาย ในเหตุการณ์ตำรวจบ้าเลือด ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น เมื่อ ๒๖ ธ.ค.๕๖ ที่ผ่านมา?
    น่าระบุให้ชัดๆ นะ ท่าน พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา สบ ๑๐ และ พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงศ์ ผู้บัญชาการเหตุการณ์วันนั้น!
    ก็แหม...ไล่ยิง ไล่ตี ไล่กระทืบ มวลมหาประชาชนกลางวันแสกๆ อย่างบ้าคลั่งเหมือนถ่ายทำภาพยนตร์กลางแจ้ง ในฉาก "อัศวินแม้วกระหายเลือด"
    มีทั้งชาวบ้าน ทั้งนักข่าวจากสำนักข่าวทั่วโลก และช่างภาพไทย-เทศนับร้อยๆ กล้อง เป็นสักขีพยานและร่วมถ่ายทำ เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตา
    ขนาด ผบ.ตร. "พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว" ยังทนละอายในชายชาติตำรวจไม่ไหว ออกมาสารภาพว่า...
    ทั้งชายชุดดำที่สไนเปอร์บนหลังคากระทรวงแรงงาน และไล่ทุบรถผู้ชุมนุมอย่างบ้าคลั่งวันนั้น
    เป็นตำรวจ...จริง"!
    เอาล่ะ...เมื่อยอมรับอย่างลูกผู้ชาย ก็ไม่ต้อนกันจนไม่มีรูหายใจ เหตุเกิดกลางวันแสกๆ ในยุค "สื่อสารครองโลก" ขืนดันทุรังปฏิเสธ ก็รังแต่จะถูก "คนทั้งโลก" หยาม
    นิ่งเฉยไว้ ๗ วัน รอจนเมื่อ "จำนนด้วยหลักฐาน" จึงค่อยเปิดปาก แค่นี้...ทั้งในวิชาชีพตำรวจ และทั้งเชิงชั้นลูกผู้ชาย มโนธรรมสำนึกมันก็กระหน่ำซ้ำโบย "ความเป็นคน" จนแทบสิ้นคนอยู่แล้ว!
    เมื่อ "ลูกพี่" คือ ผบ.ตร.ออกมายอมรับ "ลูกน้อง" ๒-๓ นายนั้น จึงจำต้องแบกหน้าดำคล้ำด้วย "อับเศร้า-หมองศรี" ออกมาแถลง
    ก็...แถลงแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ปากแข็ง" ครึ่งรับว่าชุดดำบนหลัง และที่ไล่ทุบรถ...เป็นตำรวจจริง
    แต่การตายของ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ กับมวลมหาประชาชน วสุ สุฉันทบุตร นายตำรวจระดับ พล.ต.อ.นามว่า "จรัมพร" ครึ่งปฏิเสธว่า
    "ยืนยันได้ว่า กลุ่มบุคคลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปรากฏบนตึก ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของทั้ง ๒ ราย เนื่องจากความสูงของตึกดังกล่าว มีความสูงเพียง ๑๒ เมตร และมีตึกที่สูงกว่าบังอยู่โดยรอบ ทำให้ไม่สามารถที่จะยิงจากจุดนี้ได้ เมื่อเปรียบเทียบกับวิถีกระสุน และจุดที่ทั้ง ๒ ถูกยิงตามหลักฐานที่ปรากฏ"
    จรัมพร-พล.ต.อ.ยังเนียนสนิท ไร้รอยต่อ อีกว่า
    "เจ้าหน้าที่ที่ขึ้นไปประจำการบนตึกนั้น มีเพียงปืนที่ใช้ยิงแก๊สน้ำตา ปืนลูกซองที่ใช้ยิงกระสุนยาง และแก๊สน้ำตาประเภทขว้างเท่านั้น"
    ความจริงวันนี้ ไม่ได้ตั้งใจคุยเรื่องตำรวจ และอีกอย่าง ป่วยการโต้แย้งหรือโต้เถียงตำรวจ ไม่ว่ากับตำรวจในฐานะเจ้าพนักงานสืบสวนสอบสวน หรือตำรวจในฐานะจำเลยสังคม
    เพราะใครฆ่า ใครทุบรถ กระสุนจริง กระสุนปลอม ตำรวจริง ตำรวจปลอม มันเป็น "เหตุประจักษ์" กลางแดดเปรี้ยง ยาวนานร่วม ๑๐ ชั่วโมงต่อเนื่อง.....
    โดยถูกถ่ายทอด "เหตุการณ์สด" ผ่านโลกออนไลน์ ข่าวโทรทัศน์ ดาวเทียมไปทั้งโลก
    แล้วจะต้องมาตะแบงเถียงกันให้เมื่อยตุ้มทำไม...จริงมั้ย?
    รอไว้ไปเถียงต่อหน้าผู้พิพากษาในศาลเถอะ คุณตำรวจ!
    ผมจะยกเรื่องที่รัฐมนตรีขี้ข้าทักษิณคนหนึ่งชอบพูดประจำมาเล่าให้ฟังเป็นอุทาหรณ์ คือเวลาอภิปรายนักการเมืองคนไหนประเด็นทุจริตคอร์รัปชันในสภาฯ เขาจะเปรียบนักการเมืองคนนั้นว่า...
     "เหมือนโจรสวมเสื้อแดง สั่นกระดิ่ง แล้ววิ่งราวกลางวันแสกๆ ถูกจับได้ แต่ปากแข็งปฏิเสธว่าไม่ได้ฉกทรัพย์"!
    เอาล่ะ...ผมเชื่อตามที่ตั้งโต๊ะแถลง ทั้ง ด.ต.ณรงค์และมวลมหาประชาชนวสุ ไม่ได้ตายเพราะตำรวจยิง
    แต่ขอถามกลับ...
    ในฐานะเหล่าท่านเป็นตำรวจ เป็นฝ่ายเดียวร่วมอยู่ในสถานการณ์นั้นขณะเกิดเหตุ และเป็นฝ่ายเดียวที่ขนสรรพาวุธมา "เป็นคลังแสง"
    แล้วใครล่ะ...ยิง ด.ต.ณรงค์ กับคุณวสุ?
    เมื่อวาน เป็นวันที่ ๒ มกรา ขึ้น ๒ ค่ำ แล้วยังแถมเป็นเดือน ๒ วันพฤหัสบดี พิเคราะห์แล้ว ทั้งวัน-ทั้งเดือน หมายถึงราษฎรเต็มขั้นทั้งหมด-ทั้งมวล และเทพแห่ง "ฟ้า-ดิน"
    "คุณธรรม" สถิต!
    ผมจึงทำวัตรเที่ยง ขอพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ และพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระหลักเมือง พระสยามเทวาธิราช ท้าวสักกะเทวราช ท่านท้าวมหาพรหม ท่านท้าวจตุโลกบาล ท่านท้าวเวสสุวรรณ เจ้าพ่อหอกลอง เจ้าพ่อเจตคุปต์ เจ้าพ่อพระกาฬไกรสีห์ ภูต ผี ปิศาจ อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ นาค ครุฑ มนุษย์ คนธรรม์ ตลอดทั้งเปตชาติทั้งหลาย รวมทั้งท่านท้าวหิรัญพนาสูร...ฯลฯ
    ขอจงสถิต ณ มวลมหาประชาชน จากร้าย กลายใจเป็นดี จากดี ขอจงดียิ่งขึ้น
    เป็นกำแพงแก้วป้องภัย เป็นพลังนำชัยสู่ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์
    มวลมหาประชาชน ไม่แยกซ้าย ไม่แยกขวา ไม่ย้อมสี ทั้งหมด ทั้งมี และทั้งมวล คือมหาประชาชนคนไทย ไม่มีพี่น้องไทยคนไหนที่ "ไทยด้วยกัน" จะมอบรักและหวังดีให้ต่อกันไม่ได้
    เพราะเราทั้งหลาย ความจริง วันนี้-ขณะนี้ เราก็มวลมหาประชาชนไทยเดียวกันอยู่แล้ว แต่เอาเถอะ...ในขณะหนึ่งของจิตมนุษย์ ซึ่งล้วนมีกรรมเป็นม่านกำเนิดบังตา-บังใจ
    ไม่ว่าอยู่ในฝ่ายไหน "วันหน้า" ในอีกไม่ไกล ด้วยกายและวิญญาณไทยด้วยกัน เมื่อ "สติ-ตื่นรู้" ทำงาน จอกแหนในความเป็นมวลไทยในโอฆะ ที่กระจัด-กระจายก็จะค่อยๆ ผนึกคืนรวม
    ผมไม่ขอร้องให้ใครเลิกโกรธ-เลิกเกลียดใคร แต่ฝากไว้นิด โกรธเถอะ...เกลียดเถอะ
    ยิ่งทิดตู่-นางธิดา เขานัด นปช.ออกมาเปิด-ปิดถนนประชันมวลมหาประชาชนในรายการ "ชัตดาวน์บางกอก" ของกำนันสุเทพ จันทร์ที่ ๑๓ มกรา ด้วยแล้ว
    จะไปห้ามฝ่ายไหนว่าอย่าโกรธ-อย่าเกลียดฝ่ายไหนได้ล่ะ เพราะโกรธ-เกลียดเป็นเชื้ออย่างหนึ่งที่ทำให้เกิด
    แต่ในเกิดนั้น ถ้ายังปรารถนา "เกิดเป็นมนุษย์" ในชาติต่อๆ ไป ผมขอแนะให้นิด...โกรธเมื่อไหร่ เกลียดเมื่อไหร่ จงมี "สติ" กำกับในเกลียด-โกรธนั้น ในทุกขณะเกลียดและโกรธ
    ทำอย่างนี้ได้ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเรา จะคืนกลับมารวมอยู่ในใจของพวกเรา "ไทยทุกคน" โดยไม่รู้ตัว
    "มวลพสกไทยคืนรวม" นี้คือเป้าหมายสูงสุดที่กำนันสุเทพ นำมวลมหาประชาชนถากถางเส้นทางสู่ขณะนี้มิใช่หรือ?
    เปิดศักราช มะเมีย ๒๕๕๗ ประเทศก็ร้อนเฉียดจุดหลอมละลาย ผมเงี้ย...ที่หนาวงอก่อ-งอขิง กลายเป็นขี้ร้อนเสื้อหลุดฉับพลัน
    อะไรๆ กับบ้านเมืองไทยวันนี้ จะเห็นว่า "แปลก-ใหม่" อันไม่เคยปรากฏมาก่อนกับไทยทั้งนั้น ท่านดูซี...
    - มวลมหาประชาชนเฉียด ๑๐ ล้าน ลุกขึ้น "ล้างประเทศ" ก็แปลก-ใหม่
    - กำนันสุเทพนำประชาชนปฏิวัติ ไม่ล้ม-ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ก็แปลก-ใหม่
    - มหาชนเฉียด ๑๐ ล้านออกมาไล่ นายกฯ หน้าด้านไม่ออก ก็แปลก-ใหม่
    - รัฐบาลประชาธิปไตยใช้กองโจรผสมตำรวจฆ่าประชาชน ก็แปลก-ใหม่
    - ทหาร "ทำอะไร" ข้างใน แต่ประชาชนก่นด่า "ทหารไม่ทำอะไร" ก็แปลก-ใหม่
    - รัฐบาลจะใช้ พ.ร.บ.ฉุกเฉินบีบทหารออกปะทะประชาชน แต่ทหารแพรวพราวก็แปลก-ใหม่
    - มวลมหาประชนชนชุมนุม กลายเป็นจุด "ขายทัวร์" ให้เข้ามาเที่ยวชม ก็แปลก-ใหม่
    - Set index ตกใจ "ชัตดาวน์บางกอก" หุ้นรูดวันเดียวร่วมร้อยจุด ก็แปลก-ใหม่
    - ยิ่งลักษณ์หน้ามืด เปิดไฟเขียวให้ "กองกำลังเสื้อแดง" ออกชนมหาชนชัตดาวน์ ก็แปลก-ใหม่
    เห็นมั้ย...การลอกคราบ "สู่อนาคตใหม่" ของประเทศไทย ล้วนลอกด้วยมิติใหม่ๆ อันไม่เคยมีมาก่อนทั้งสิ้น
    บางเรื่องแกะกล่อง สู่ความเป็น "ต้นแบบ" ประชาธิปไตยใหม่ของโลก โดยประชาชน ของประชาชน เพื่อประชาชน ชนิด ๑๐๐% ด้วยซ้ำ!
    กระทั่ง แอบในห้องน้ำตั้งแต่ตี ๓ ตี ๔ เพื่อมุมมิบสมัคร ส.ส.กันในค่าย ตชด.ก็ประชาธิปไตยแปลก-ใหม่เฉพาะตัวของระบอบทักษิณ
    และหมดเขตรับสมัครแล้วปรากฏว่า ถึงเลือกตั้งไป ก็ได้ ส.ส.ไม่พอเปิดสภาฯ เลือกนายกฯ
    ยิ่งแปลก-ใหม่ "ผู้นำหญิง" ต้องนั่งร้องไห้ใน กห.!?A

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

เปลวสีสีเงิน

เมื่อยิ่งลักษณ์ยืนยัน การนำประเทศตัวเองไปด่าประจานให้คนอื่นฟังในเวทีโลก ด้วยข้อมูลที่บิดเบือนคือประชาธิปไตย ก็หมดประเด็นที่ต้องพูดกัน ยิ่งในนาม "คณะรัฐมนตรี" บอกว่า...นี่คือปาฐกถาที่สะท้อนความเป็นจริงของไทยครบถ้วน ถูกต้อง แหลมคม ทรงพลัง พร้อมทั้งให้นำปาฐกถานั้นเผยแพร่สู่ประชาชนให้กว้างขวาง ผมก็คงต้องบอกว่า
    "ขอบคุณครับ!"
    ที่ตบหน้าประเทศไทย-คนไทยได้ครบถ้วน-ถูกต้องที่สุด.....
    แหลมคมทิ่มฝ่าเท้าทะลุหัวใจ เจ็บปวดทรงพลังกว่าที่ครอบครัวผมได้รับที่สุด!!
    จะว่าไปแล้ว ลุ พ.ศ.นี้ ไม่มีอะไรในประเทศไทย ที่ทักษิณและ "ครอบครัวชินวัตร" ทำแล้วประชาชนหรือองค์กรไหนกล้าหือ แต่หื่นอาจมีบ้าง 
    ในเมื่อ สถาบันบริหาร-สถาบันรัฐสภา-ตำรวจ-ทหาร-ข้าราชการ-ครู-อาจารย์-มหาวิทยาลัย-อัยการ-บริหารท้องถิ่น-สื่อ กระทั่งวัด-พระ-แพะ บางคน-บางพวก....
    พร้อมเพื่อ "วงศ์ชินวัตร"!?
    ความจริงนายกฯ ยิ่งลักษณ์นอกจากใบหน้าหวานแล้ว ลูกตาทั้ง ๒ ข้างออกจะ "หวานจัด" เป็นพิเศษด้วย ก็เพิ่งสังเกตชัดๆ จากรูปที่ยืนปาฐกถาที่อูลาน-บาตอร์นี่แหละ หะแรกก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก จนเมื่อวาน จ้องดูตาดำตอนให้สัมภาษณ์นักข่าวในเรื่องเหล่านี้...
    อืมมมม..ตาสาวเจ้า "หวาน" จริงๆ ด้วย!
    แต่โบราณท่านไม่ให้เรียกว่า "หวาน" สำหรับผู้หญิง และก็ไม่ให้เรียกตาเข-ตาส่อน แต่ให้เรียกว่า ตาซื่อ-ตาใส เรียกกันไป-เรียกกันมา ลงตัวเป็น "สาวตาใสซื่อ" 
    เพราะสาวเจ้าตาใสซื่อนี่เอง การพูด-การทำ จึงซื่อใสมาตลอด กระทั่ง "อุจจารวาท" ที่อูลาน-บาตอร์ เธอซื่อใสแบบส่อนๆ ว่า...ความเจ็บปวดที่ครอบครัวดิฉันได้รับ จะเป็นความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายของประเทศไทย!
    ในขณะที่ประชาชนคนไทยฟังแล้ว "ตาขุ่น-ตาขวาง" อยากตะโกนบอกเธอผ่านลำไส้ใหญ่ให้ไปก้องในทำเนียบฯ ว่า
    "การแยกแผ่นดิน-กินโกงแบบปล้นชาติ มุ่งล้มระบอบ-ล้มสถาบันของขบวนการทักษิณ นี่คือความเจ็บปวดที่ประชาชนได้รับ หวังว่านี่จะเป็นความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายของประเทศไทย-คนไทย" 
    ตามตำรา "พิเคราะห์เนตรมหาบรรลัยจักร" มีอรรถาธิบายถึงลักษณะตาทุรลักษณ์และคุณลักษณ์ไว้มากมายหลายชนิด แต่ผมจำไม่หมด 
    จำได้แต่ฝอยโทษตาทุรลักษณ์ มีประมาณว่า คนคนนั้น ซ่อนเล่ห์ ซ่อนนัย ปากอย่างหนึ่ง-ใจอย่างหนึ่ง คบยาก เชื่อยาก เลี้ยงก็ไม่เชื่อง ชีวิตจะพลิกผัน เด้งขึ้น-ดันลง ด้วยอาณัติหัตถ์ดาวมฤตยู+เกตุ 
    ทำนองบางคนปากว่า...ไม่แก้แค้น-แต่แก้ไข แต่การกระทำกลับแก้อีกอย่าง เพื่ออีกอย่าง...ซะงั้น!
    แต่เอาหละ...ในเมื่อรัฐบาลระบอบทักษิณยกย่องว่า อุจจารวาทของยิ่งลักษณ์ครั้งนี้ แหลมคม-ทรงพลัง ผมเชื่อเป็นกรณีพิเศษ คือเชื่อว่า ครั้งนี้...ยิ่งลักษณ์เอาความจริง จาก....
    "จิตสังหรณ์" มาพูด!?
    "จิตสังหรณ์" ที่มีความน่าจะเป็นชนิด "มา-ไป" แบบฉับพลัน ไม่มีสัญญาณล่วงหน้าให้ทันตั้งตัว ซึ่งนี่...มันจะเป็นความเจ็บปวด "ครั้งสุดท้าย" ของประเทศไทยแล้ว
     เพราะครอบครัวที่บิดเบือนประชาธิปไตยและเฉือนแทะประเทศ เดินทางใกล้ถึงจุดขีดเส้นใต้เป็น "หมายเหตุประเทศไทย" จะไม่เหลืออะไรและใครให้เป็นความเจ็บปวดอยู่ในแผ่นดินนี้อีก!
    The Longest Day ของทักษิณมาถึงแล้ว "พี่มากพระโขนง" สถิติสูงสุดประเทศไทย ยังไงๆให้ไม่เกิน ๘๐๐ ล้าน แต่วันเผด็จศึกของ "พี่แม้วจันทร์ส่องหล้า" ทลายสถิติโลก กู้ล้างประเทศ ๒ ล้านล้านบาท ฉะนั้น จะได้...ต้องเผด็จศึก!
    แนวรบเพื่อไทย...พร้อม
    แนวรบ นปช. ...พร้อม
    แนวรบรัฐสภา...พร้อม
    แนวรบทำเนียบฯ...พร้อม
    แนวรบไพร่ริมถนน...พร้อม
    แนวรบนอกประเทศ...พร้อม
    แนวรบมะเขือเทศ...พร้อม
    แนวรบแตงโม...พร้อม
    แนวรบโล้นเหลือง...พร้อม
    แนวรบสื่อทุกสาขา...พร้อม 
    แนวรบ'จารย์มหา'ลัย...พร้อม
    โอ้โห...พร้อมทุกแนวรบ ประเทศไทยและ "สถาบันตุลาการ" ตกอยู่ภายใต้วงล้อมกองทัพใต้ร่มธงทักษิณที่เกณฑ์ระดมมาจากทั่วทุกสารทิศ ตั้งค่ายตีโอบเป็นปีกอีแร้ง-หางเหี้ย แลไปทางไหนสุดลูกหู-ลูกตา ฝุ่นปลิวตลบคละคลุ้งทั้งวันคืนด้วยรี้พลสกลไกรเคลื่อนย้ายขยายขยับกันยังไม่สิ้น
    กองทัพเพื่อไทย "มติเป็นเอกฉันท์" ประกาศอิสรภาพ "ไม่อยู่ใต้อำนาจสถาบันตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ" อีกต่อไป เย้ย....ศาลรัฐธรรมนูญ "ไม่มีอำนาจ" ที่พวกเขาจะต้องรับฟัง-รับปฏิบัติอีกไปแล้ว!
    ส่วนกองทัพ นปช.เสื้อแดง ส่งกำลังส่วนหนึ่งไปปิดล้อมศาลรัฐธรรมนูญ เป็นกองกำลังผสมจากแนวรบกเฬวรากบ้าง 'จาร์มหา'ลัยบ้าง โล้นเหลืองบ้าง สื่อวิทยุ-ดาวเทียมบ้าง ได้รับคำสั่งให้ตรึงไว้ ไล่ล่าตัวตุลาการไปก่อน
    ไว้รอสมทบ "กองทัพจากแนวรบใหญ่" ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงรอสัญญาณจากโคโมโดตัวการที่กำลังวางแผนให้เปิดรัฐสภาสมัยวิสามัญ "ดันกฎหมายล้างโทษ" ฉบับเบ็ดเสร็จ "พร้อมตะลุยแก้รัฐธรรมนูญชนิด...ให้ราบเป็นหน้ากลอง" ในเมื่อประกาศอิสรภาพจากอำนาจตุลาการแล้ว
    ก็ไม่ต้องกลัวใคร...กลัว "แม้ว-นายใหญ่" แต่ผู้เดียว! 
    "หน่วยกำลังรัฐ" บางส่วนพร้อมสวามิภักดิ์ ฝ่ายบู๊-ฝ่ายบุ๋น-ฝ่ายเช็ดไข่ ประจำการครบ เรื่องเสบียงกรังไม่ต้องพูดถึง ๓.๕ แสนล้าน ตุงกระเป๋าซ้าย ๒ ล้านล้านตุงกระเป๋าขวา ไม่นับเศษๆ เลี้ยงหมา จากงบซื้อข้าว งบต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ งบประจำปี
    แล้วยังที่บูรณาการไว้อีก ๓๐-๕๐% ล่ะ!?
    "โอยยยย...มันเป็นความเจ็บปวดที่ครอบครัวดิฉันได้รับสุดที่จะทนนิ่งโดยไม่เคลื่อนไหว 'ยึดไทยทั้งประเทศ' ไว้ทำมาหาแดกเลี้ยงครอบครัวได้เลย"
    เดิมพัน ๒ ล้านล้านมันลอยอยู่ตรงหน้า แค่เอื้อมมือคว้าก็เข้ากระเป๋าแล้ว ฉะนั้น จะอ้อยสร้อยต้อยติ่งเป็นตูดลิงเสนอีกต่อไปไม่ได้ จึงต้องเด็ดขาด-เผด็จศึก
    "ทุกแนวรบ" ต้องลุย รื้อ-ล้าง-โละ แนวรบด้านรัฐสภาและด้านทำเนียบฯ ต้องผนึก แล้วดัน "กฎหมายนิรโทษ" ให้ทักษิณกลับเข้ามา ก่อนกันยานี้ให้ได้  
    เพื่อนฝูงใน เพื่อไทย-นปช.-เสื้อแดงน่ะ...ทักษิณรักใคร่ทุกคน
    แต่กับเงิน ๒ ล้านล้านน่ะ....
    เรื่องรักใคร่เพื่อนฝูง ก็ส่วนรักใคร่ แต่เรื่องไว้ใจนั้น ตัวเอง....กับเงินตัวเองยังโกงเลย ฉะนั้น ขอไม่ไว้ใจใครดีกว่า เงินใหญ่ก้อนนี้ ได้มาจะยิ่งกว่า "พญามังกรเสียบปีก"!
    "แล้วมันจะเป็นความเจ็บปวดของครอบครัวดิฉันขนาดไหน.....ถ้าไม่ช่วยพี่ชาย 'ยึดประเทศไทย' ให้สำเร็จ?"

'ด้วยความเจ็บปวดครอบครัว'


   เมื่อยิ่งลักษณ์ยืนยัน การนำประเทศตัวเองไปด่าประจานให้คนอื่นฟังในเวทีโลก ด้วยข้อมูลที่บิดเบือนคือประชาธิปไตย ก็หมดประเด็นที่ต้องพูดกัน ยิ่งในนาม "คณะรัฐมนตรี" บอกว่า...นี่คือปาฐกถาที่สะท้อนความเป็นจริงของไทยครบถ้วน ถูกต้อง แหลมคม ทรงพลัง พร้อมทั้งให้นำปาฐกถานั้นเผยแพร่สู่ประชาชนให้กว้างขวาง ผมก็คงต้องบอกว่า
    "ขอบคุณครับ!"
    ที่ตบหน้าประเทศไทย-คนไทยได้ครบถ้วน-ถูกต้องที่สุด.....
    แหลมคมทิ่มฝ่าเท้าทะลุหัวใจ เจ็บปวดทรงพลังกว่าที่ครอบครัวผมได้รับที่สุด!!
    จะว่าไปแล้ว ลุ พ.ศ.นี้ ไม่มีอะไรในประเทศไทย ที่ทักษิณและ "ครอบครัวชินวัตร" ทำแล้วประชาชนหรือองค์กรไหนกล้าหือ แต่หื่นอาจมีบ้าง 
    ในเมื่อ สถาบันบริหาร-สถาบันรัฐสภา-ตำรวจ-ทหาร-ข้าราชการ-ครู-อาจารย์-มหาวิทยาลัย-อัยการ-บริหารท้องถิ่น-สื่อ กระทั่งวัด-พระ-แพะ บางคน-บางพวก....
    พร้อมเพื่อ "วงศ์ชินวัตร"!?
    ความจริงนายกฯ ยิ่งลักษณ์นอกจากใบหน้าหวานแล้ว ลูกตาทั้ง ๒ ข้างออกจะ "หวานจัด" เป็นพิเศษด้วย ก็เพิ่งสังเกตชัดๆ จากรูปที่ยืนปาฐกถาที่อูลาน-บาตอร์นี่แหละ หะแรกก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก จนเมื่อวาน จ้องดูตาดำตอนให้สัมภาษณ์นักข่าวในเรื่องเหล่านี้...
    อืมมมม..ตาสาวเจ้า "หวาน" จริงๆ ด้วย!
    แต่โบราณท่านไม่ให้เรียกว่า "หวาน" สำหรับผู้หญิง และก็ไม่ให้เรียกตาเข-ตาส่อน แต่ให้เรียกว่า ตาซื่อ-ตาใส เรียกกันไป-เรียกกันมา ลงตัวเป็น "สาวตาใสซื่อ" 
    เพราะสาวเจ้าตาใสซื่อนี่เอง การพูด-การทำ จึงซื่อใสมาตลอด กระทั่ง "อุจจารวาท" ที่อูลาน-บาตอร์ เธอซื่อใสแบบส่อนๆ ว่า...ความเจ็บปวดที่ครอบครัวดิฉันได้รับ จะเป็นความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายของประเทศไทย!
    ในขณะที่ประชาชนคนไทยฟังแล้ว "ตาขุ่น-ตาขวาง" อยากตะโกนบอกเธอผ่านลำไส้ใหญ่ให้ไปก้องในทำเนียบฯ ว่า
    "การแยกแผ่นดิน-กินโกงแบบปล้นชาติ มุ่งล้มระบอบ-ล้มสถาบันของขบวนการทักษิณ นี่คือความเจ็บปวดที่ประชาชนได้รับ หวังว่านี่จะเป็นความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายของประเทศไทย-คนไทย" 
    ตามตำรา "พิเคราะห์เนตรมหาบรรลัยจักร" มีอรรถาธิบายถึงลักษณะตาทุรลักษณ์และคุณลักษณ์ไว้มากมายหลายชนิด แต่ผมจำไม่หมด 
    จำได้แต่ฝอยโทษตาทุรลักษณ์ มีประมาณว่า คนคนนั้น ซ่อนเล่ห์ ซ่อนนัย ปากอย่างหนึ่ง-ใจอย่างหนึ่ง คบยาก เชื่อยาก เลี้ยงก็ไม่เชื่อง ชีวิตจะพลิกผัน เด้งขึ้น-ดันลง ด้วยอาณัติหัตถ์ดาวมฤตยู+เกตุ 
    ทำนองบางคนปากว่า...ไม่แก้แค้น-แต่แก้ไข แต่การกระทำกลับแก้อีกอย่าง เพื่ออีกอย่าง...ซะงั้น!
    แต่เอาหละ...ในเมื่อรัฐบาลระบอบทักษิณยกย่องว่า อุจจารวาทของยิ่งลักษณ์ครั้งนี้ แหลมคม-ทรงพลัง ผมเชื่อเป็นกรณีพิเศษ คือเชื่อว่า ครั้งนี้...ยิ่งลักษณ์เอาความจริง จาก....
    "จิตสังหรณ์" มาพูด!?
    "จิตสังหรณ์" ที่มีความน่าจะเป็นชนิด "มา-ไป" แบบฉับพลัน ไม่มีสัญญาณล่วงหน้าให้ทันตั้งตัว ซึ่งนี่...มันจะเป็นความเจ็บปวด "ครั้งสุดท้าย" ของประเทศไทยแล้ว
     เพราะครอบครัวที่บิดเบือนประชาธิปไตยและเฉือนแทะประเทศ เดินทางใกล้ถึงจุดขีดเส้นใต้เป็น "หมายเหตุประเทศไทย" จะไม่เหลืออะไรและใครให้เป็นความเจ็บปวดอยู่ในแผ่นดินนี้อีก!
    The Longest Day ของทักษิณมาถึงแล้ว "พี่มากพระโขนง" สถิติสูงสุดประเทศไทย ยังไงๆให้ไม่เกิน ๘๐๐ ล้าน แต่วันเผด็จศึกของ "พี่แม้วจันทร์ส่องหล้า" ทลายสถิติโลก กู้ล้างประเทศ ๒ ล้านล้านบาท ฉะนั้น จะได้...ต้องเผด็จศึก!
    แนวรบเพื่อไทย...พร้อม
    แนวรบ นปช. ...พร้อม
    แนวรบรัฐสภา...พร้อม
    แนวรบทำเนียบฯ...พร้อม
    แนวรบไพร่ริมถนน...พร้อม
    แนวรบนอกประเทศ...พร้อม
    แนวรบมะเขือเทศ...พร้อม
    แนวรบแตงโม...พร้อม
    แนวรบโล้นเหลือง...พร้อม
    แนวรบสื่อทุกสาขา...พร้อม 
    แนวรบ'จารย์มหา'ลัย...พร้อม
    โอ้โห...พร้อมทุกแนวรบ ประเทศไทยและ "สถาบันตุลาการ" ตกอยู่ภายใต้วงล้อมกองทัพใต้ร่มธงทักษิณที่เกณฑ์ระดมมาจากทั่วทุกสารทิศ ตั้งค่ายตีโอบเป็นปีกอีแร้ง-หางเหี้ย แลไปทางไหนสุดลูกหู-ลูกตา ฝุ่นปลิวตลบคละคลุ้งทั้งวันคืนด้วยรี้พลสกลไกรเคลื่อนย้ายขยายขยับกันยังไม่สิ้น
    กองทัพเพื่อไทย "มติเป็นเอกฉันท์" ประกาศอิสรภาพ "ไม่อยู่ใต้อำนาจสถาบันตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ" อีกต่อไป เย้ย....ศาลรัฐธรรมนูญ "ไม่มีอำนาจ" ที่พวกเขาจะต้องรับฟัง-รับปฏิบัติอีกไปแล้ว!
    ส่วนกองทัพ นปช.เสื้อแดง ส่งกำลังส่วนหนึ่งไปปิดล้อมศาลรัฐธรรมนูญ เป็นกองกำลังผสมจากแนวรบกเฬวรากบ้าง 'จาร์มหา'ลัยบ้าง โล้นเหลืองบ้าง สื่อวิทยุ-ดาวเทียมบ้าง ได้รับคำสั่งให้ตรึงไว้ ไล่ล่าตัวตุลาการไปก่อน
    ไว้รอสมทบ "กองทัพจากแนวรบใหญ่" ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงรอสัญญาณจากโคโมโดตัวการที่กำลังวางแผนให้เปิดรัฐสภาสมัยวิสามัญ "ดันกฎหมายล้างโทษ" ฉบับเบ็ดเสร็จ "พร้อมตะลุยแก้รัฐธรรมนูญชนิด...ให้ราบเป็นหน้ากลอง" ในเมื่อประกาศอิสรภาพจากอำนาจตุลาการแล้ว
    ก็ไม่ต้องกลัวใคร...กลัว "แม้ว-นายใหญ่" แต่ผู้เดียว! 
    "หน่วยกำลังรัฐ" บางส่วนพร้อมสวามิภักดิ์ ฝ่ายบู๊-ฝ่ายบุ๋น-ฝ่ายเช็ดไข่ ประจำการครบ เรื่องเสบียงกรังไม่ต้องพูดถึง ๓.๕ แสนล้าน ตุงกระเป๋าซ้าย ๒ ล้านล้านตุงกระเป๋าขวา ไม่นับเศษๆ เลี้ยงหมา จากงบซื้อข้าว งบต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ งบประจำปี
    แล้วยังที่บูรณาการไว้อีก ๓๐-๕๐% ล่ะ!?
    "โอยยยย...มันเป็นความเจ็บปวดที่ครอบครัวดิฉันได้รับสุดที่จะทนนิ่งโดยไม่เคลื่อนไหว 'ยึดไทยทั้งประเทศ' ไว้ทำมาหาแดกเลี้ยงครอบครัวได้เลย"
    เดิมพัน ๒ ล้านล้านมันลอยอยู่ตรงหน้า แค่เอื้อมมือคว้าก็เข้ากระเป๋าแล้ว ฉะนั้น จะอ้อยสร้อยต้อยติ่งเป็นตูดลิงเสนอีกต่อไปไม่ได้ จึงต้องเด็ดขาด-เผด็จศึก
    "ทุกแนวรบ" ต้องลุย รื้อ-ล้าง-โละ แนวรบด้านรัฐสภาและด้านทำเนียบฯ ต้องผนึก แล้วดัน "กฎหมายนิรโทษ" ให้ทักษิณกลับเข้ามา ก่อนกันยานี้ให้ได้  
    เพื่อนฝูงใน เพื่อไทย-นปช.-เสื้อแดงน่ะ...ทักษิณรักใคร่ทุกคน
    แต่กับเงิน ๒ ล้านล้านน่ะ....
    เรื่องรักใคร่เพื่อนฝูง ก็ส่วนรักใคร่ แต่เรื่องไว้ใจนั้น ตัวเอง....กับเงินตัวเองยังโกงเลย ฉะนั้น ขอไม่ไว้ใจใครดีกว่า เงินใหญ่ก้อนนี้ ได้มาจะยิ่งกว่า "พญามังกรเสียบปีก"!
    "แล้วมันจะเป็นความเจ็บปวดของครอบครัวดิฉันขนาดไหน.....ถ้าไม่ช่วยพี่ชาย 'ยึดประเทศไทย' ให้สำเร็จ?"

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด"

 หลังจากเปิดโต๊ะพูดคุยเพื่อสันติภาพรอบ 2 ระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อบีอาร์เอ็นต่อรองให้ไทยทำตามข้อเสนอ 5 ข้อก่อนถึงจะลดความรุนแรงลง ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าการที่ ฮัสซัน ตอยิบ แถลง 5 ข้อเสนอผ่านยูทูบก่อนเจรจาเพียงวันเดียวเท่ากับตบหน้าทีมเจรจาฝ่ายไทย และยังมองว่าเป็นการเจรจาผิดตัวหรือกำลังหลงเข้าทางกลุ่มแบ่งแยกดินแดน แต่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ปฏิเสธว่า "ไม่ได้เพลี่ยงพล้ำ ยังมั่นใจสถานการณ์ดีขึ้นหลังมีการสื่อสารไปยังฝ่ายปฏิบัติการ และรัฐบาลพร้อมพูดคุยกับทุกกลุ่มที่มีความเห็นต่าง" ถือว่าเลขาฯ สมช.ยังมองโลกในแง่ดีและยังไม่หมดหวังกับการพูดคุย ซึ่งขณะนี้ก็ไม่ตางจากเวทีเจรจาต่อรองกันแล้ว...0
    ไม่มีใครปฏิเสธการเจรจา เพราะสงครามทุกสนามรบก็ล้วนจบลงที่โต๊ะเจรจา แต่กระบวนการที่จะไปถึงโต๊ะเจรจาต่างหากที่หลายฝ่ายท้วงติงว่าฝ่ายไทยยังขาดความรัดกุมรอบคอบ ข้อเสนอฝ่ายไทยไม่ใช่เรื่องยากหากบีอาร์เอ็นมีความจริงใจหรือคุมฝ่ายปฏิบัติการได้จริง หยุดก่อเหตุรุนแรงให้ดูสัก 1-2 เดือน ก็พิสูจน์ได้ทันทีว่าเป็นของจริงหรือของปลอม แต่ขณะที่มีการเจรจา ประชาชนผู้บริสุทธิ์ก็ยังถูกเข่นฆ่ารายวัน แสดงว่าฝ่ายปฏิบัติการไม่ฟังแกนนำผู้อาวุโส หรือเป็นการ "แยกกันเดินร่วมกันตี" และอาจมีความหวังว่ารัฐไทยกำลังหลงทางติดกับดักในการนำปัญหาไปสู่ระดับสากลเพื่อสร้าง "รัฐปัตตานี" ดังนั้นที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เสนอแนะว่า "ขอให้ตัวแทนของ สมช.มีความเป็นมืออาชีพในการต่อรองและสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้" จึงเป็นเรื่องที่ สมช.ควรรับไปพิจารณาก่อนจะถลำลึกไปกว่านี้...0 
    ส่วนเรื่องนี้ก็ถือเป็นการตบหน้าเหมือนกัน แต่เป็นการตบหน้าคนไทยทั้งประเทศ กรณี คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปปาถกฐาพิเศษในการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ที่ประเทศมองโกเลีย โดยไม่รู้กาลเทศะ และสถานะของตัวเองว่าเป็นนายกรัฐมนตรี หรือเป็นน้องสาว นักโทษหนีคดี สำหรับเนื้อหาที่เธอพูดนั้นคงไม่มีใครเชื่อว่าเธอคิดเอง-พูดเองได้ขนาดนั้น รุ่งขึ้นอีกวัน เธอก็พูดวนเวียนได้แค่คำว่า "เป็นอุทาหรณ์มากกว่า ซึ่งไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก" ขณะที่บรรดากระบอกเสียงรัฐบาลและลิ่วล้อก็เรียงหน้ามาปกป้องยกย่องการปาถกฐานดังกล่าวราวกับว่าเป็นประกาศคณะผู้ต่อต้านประชาธิปไตยแห่งชาติทำนองนั้น...0
    ทั้งที่เนื้อหาทั้งหมดเป็นการบิดเบือนประวัติศาสตร์การเมืองไทย พูดเอาดีใส่ตัว-เอาชั่วใส่คนอื่น พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ จึงตอกกลับว่า "นอกจากจะโกหกอย่างหน้าด้านแล้ว ยังแสดงความโง่ของตนด้วย โง่ตรงที่ไปบอกเขาว่าบ้านเมืองยังไม่สงบแล้วก็เชิญชวนให้เขามาลงทุน และโง่ตรงที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลที่คุมเสียงข้างมากในรัฐสภา คุมทั้งทหารและตำรวจ แล้วไปยอมรับว่ายังทำอะไรกับผู้ที่เป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตยไม่ได้" ขณะที่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน สวนกลับว่า "ในประเทศไทยไม่มีกลุ่มต่อต้านประชาธิปไตย มีแต่กลุ่มต่อต้านทักษิณ ต่อต้านการผูกขาดอำนาจและกินรวบประเทศ" และเชื่อว่ากลุ่มต่อต้านทักษิณยังคงปฏิบัติการต่อต้านการกินรวบจนถึงที่สุด...0
    บทบาทของ ยิ่งลักษณ์ แสดงความเป็นนายกฯ นอมินีชัดเจนทุกวัน ขณะที่ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งอยู่นอกประเทศ ก็โชว์บทบาท นายกฯ ตัวจริง ชัดเจนทุกวัน โดยสไกป์มาสั่งการ ส.ส.คอกเพื่อไทย เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ และประกาศหนุนร่าง พ.ร.บ.ปรองดองของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ โดยบอกว่า "จะทำอะไรควรทำอะไรให้มันสุดซอย ร่างของวรชัย เหมะ เหมือนเดินไปครึ่งๆ กลางๆ มันไม่สุดซอย" ก็ชัดเจนว่า น.ช.ทักษิณ สั่งให้ ส.ส.หนุนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมทุกเสื้อสีและล้างความผิดให้ตัวเองด้วย แต่ที่น่าสมเพชคือ น.ช.ทักษิณ คร่ำครวญว่า "ขอให้ ส.ส.สามัคคีกันไว้ให้แน่น ให้นึกถึงผมบ้าง ยังลอยคอในทะเล อย่าให้ลอยคอนาน มันหนาว จะเป็นปอดบวมตายอยู่แล้ว อยากกลับบ้าน" สงสัยได้ปอดบวมตายสมพรปาก...0
    น.ช.ทักษิณและลิ่วล้อเหมือนกันอยู่อย่างคือ ปากอ้างประชาธิปไตย แต่มีพฤติกรรมเยี่ยงเผด็จการ กลุ่มเสื้อแดงในนามกลุ่มสื่อวิทยุเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ชุมนุมกดดันให้ตุลาการรัฐธรรมนูญลาออกถึงขั้นประกาศจับตัว 9 ตุลาการฯ ถือว่าเป็นการใช้เสรีภาพเกินขอบเขตและคุกคามสิทธิเสรีภาพบุคคลอื่น สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จึงได้จัดงาน วันเสรีภาพสื่อมวลชน World Press Freedom Day 3 พ.ค.นี้ ภายใต้แคมเปญว่า "เสรีภาพ...ที่ไม่คุกคาม" เพื่อเรียกร้องให้ทุกฝ่าย สื่อมวลชนทุกแขนง กลุ่มการเมืองทุกเสื้อสี ใช้เสรีภาพอย่างรับผิดชอบ ไม่คุกคามบุคคลอื่น เพื่อสร้างบรรยากาศการหาทางออกจากความขัดแย้งด้วยปัญญาและเหตุผล...0