วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

"อัมมาร"อัดเเนวคิด"เมดิคัลฮับ"ของรมว.สาธารณสุข

"อัมมาร"อัดเเนวคิด"เมดิคัลฮับ"ของรมว.สาธารณสุข ไม่เชื่อว่าจะตกมาถึงการรักษาคนไทย เพราะนโยบายประชานิยมหลังๆมาให้งบจำกัด
นายอัมมาร สยามวาลา
นักวิชาการเกียรติคุณทีดีอาร์ไอ กล่าวผ่านรายการสถานีวิทยุจุฬา เอฟเอ็ม 101.5 กรณีกระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการโครงการเมดิคอลฮับในประเทศไทยโดยพัฒนาโรงพยาบาลรัฐให้ดำเนินการเรื่องนี้ว่า ขอถามว่าหลายโครงการที่จะดำเนินการนั้น กระทรวงไม่สามารถทำอะไรกับโรงเรียนเเพทย์ เเละโรงพยาบาลของกระทรวงกลาโหมได้ เพราะเป็นเเดนอิสระเว้นเเต่รัฐให้งบด้านนี้เเต่โจทย์สำคัญสุดตอนนี้ คือโรงพยาบาลรัฐในการให้การให้บริการคนไทยในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาทรักษาทุกโรค,ประกันสังคม, สวัสดิการข้าราชการตอนนี้โดนจำกัดมาก เพราะความต้องการมีมาก รัฐไม่เคยให้ทรัพยากรเพียงพอเเละไม่ลงทุน โรงพยาบาลศูนย์ในจังหวัดต่างๆของกระทรวงสาธารณสุข ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ โดยไปดูห้องพักคนไข้สามัญ"ขอพูดว่าทุเรศเเละเเย่มาก สุขลักษณะมีปัญหา ผอ.โรงพยาบาลดำเนินการดีที่สุดภายใต้เงื่อนไขที่จำกัดเเละควรยกย่อง เเต่รัฐบาลที่ใช้นโยบายประชานิยมทุกอย่างเเต่ไม่เคยพูดเรื่องนี้เลยว่าจะทำให้ดีขึ้นทรัพยากรที่ลงไปในด้านนี้จากรัฐนั้นไม่ดีเลยเเละการจำกัดของงบ กระทรวงฮุบงบที่ให้สปสช.มาให้โรงพยาบลของตัวเอง เเละไม่เคยใช้เงินลงทุนของเอกชนเเละกีดกันออกไปตลอด ตอนนี้จะให้โรงพบาลเหล่านี้เข้าโครงการนี้มีคำถามเยอะมาก เช่นการลงทุนด้านที่ขาดเเคลนในมุมมองคือปฏิเสธการให้บริการกับคนไทยโดนให้งบจำกัด เเต่ไปให้บริการเเบบสูงคนต่างชาติ ตรงนี้ตรงกันข้ามกับคำว่าประชานิยม ย้ำว่าโครงการนี้ไม่ควรดำเนินการ เพราะโรงพยาบาลเอกชนดำเนินการเเล้ว เเละชาวต่างชาติใช้บริการเกินครึ่งหากเทียบกับคนไทยที่ไปใช้บริการที่นั่น ส่วนโรงพยาบลรัฐนั้นยังพบว่าเด็กตาย เพราะม่มีเครื่องช่วยหายใจเเละเงินในระบบเมดิคอลฮับนั้นไม่เชื่อว่าจะตกมาถึงการรักษาคนไทย" นายอัมมาร กล่าว
นายอัมมาร กล่าวว่า ขอใช้คำว่าทุเรศ ที่รัฐจำกัดงบให้กับสามโครงการที่ระบุ เพราะรัฐบาลเเช่เเข็ง 3 โครงการนี้ 3ปีโดยไม่มีหลักฐานการเเช่เเข็งเคยอยู่กับสปสช.ที่จะเสนอเพิ่มต้นทุนการรักษาที่สูงขึ้นตามหลักฐานข้อเท็จจริงเเต่รัฐ เเละสำนักงบประมาณเกี่ยงเเละขอปรับ ตอนนี้จะนำเงินที่มาโป๊ะนั้นเงินนี้จะใช้กับคนไทยหรือไม่ การนำทรัพยากรของคนไทยที่จนไปให้คนรวยมันเเย่เเล้ว เเต่โครงการนี้อาจนำไปให้คนต่างชาติที่รวยนั้นยิ่งเเย่กว่า ระบบของ3โครงการนั้น การให้บริการก็เเย่คนไข้รอ 3 ชั่วโมง เพื่อพบหมอสองนาที ตอนนี้ยังมีข้อจำกัดด้านบุคลากรด้วย
"ถามว่ารัฐบาลจะเพิ่มการผลิตด้านนี้หรือไม่ ย้่ำว่าบุคลากรในกระทรวงนี้ไม่พอ เเต่เมดิคอลฮับนั้นทราบว่าผู้บริหารกระทรวงนี้ ฝันหวานว่าจะมีบุคลากรจากเอกชนเข้ามาช่วยนั้นใช้เงินเท่าใดในการดึงตัวมา เเละควรปรับปรุงระบบของไทยให้ดีสุดเเละช่วงชีวิต ที่พบว่าสิ่งดีที่สุดที่พบจากนโยบายรัฐบาลพี่ชายของรัฐบาลชุดนี้ นั้นคือคนไทยทุกคนมีสิทธิเข้าถึงการรักษาพยาบาลของรัฐเเละเอกชนเเบบเท่าเทียม เเต่เมื่อให้มาเเล้วก็ทิ้งไปเลย รัฐบาลของพี่ชายให้งบจำกัดมาก เพราะจริงจังตอนเริ่ม เเละได้คะเเนนเสียง จากนั้นก็ทิ้งไป งบก็จำกัดทุกปี ทั้งที่รายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น เพราะนำไปใช้โครงการประชานิยมด้านอื่น วันนี้ยังซ้ำเติมจากหัวข้อข้างต้นอีก รัฐบาลพรรคไทยรักไทยในช่วงหนึ่ง คือยุคที่นายพินิจ จารุสมบัติเป็นรมว.สาธารณสุข เพิ่งให้งบเพิ่มหลังขาดเเคลนทุกปี เเต่จากนั้นก็มีนโยบายบีบเอกชนไม่ให้บริการคนไทย ทำให้เอกชนรับต่างชาติเเละคนไทยที่มีฐานะ ตรงนี้ดูดทรัพยากรไปจากโรงพยาบาลรัฐ เเละรัฐบาลก่อนรัฐบาลไทยรักไทยในการผลิตบุคลากร เช่น เเพทย์เรียน 6 ปีใช้งบ 2.5 ล้านบาท เเละหากส่วนที่ขาดไปนั้น รัฐจ่ายเงินอุดหนุนเเทนนักศึกษาเเพทย์เเต่โดนจำกัดจากเเพทยสภาบางด้าน เเละยังมีเงื่อนไขจากรัฐที่มีต่อนักศึกษาเเพทย์เช่นทำงานใช้ทุน หรือจ่ายเงินชดเชย รัฐอุดหนุนการผลิตเเพทย์ที่จำกัด เเละทำให้รายได้เเพทย์ดีกว่าข้าราชการอื่นๆ เเต่เป็นนโยบายคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เเละซ้ำเติมด้วยเมดิคอลฮับ"นายอัมมาร กล่าวย้ำ
นายอัมมาร์ กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอนั้นไม่มี เเต่ขอให้รัฐบาลคิดว่าควรมองภาพรวมของโรงพยาบาลในสังกัดของกระทรวงนั้นมีปัญหาเเละข้อจำกัดใด ควรเเก้ไขตรงนี้ เเละควรใช้ประชานิยมในด้านนี้สักนิดกับคนไทย โดยผู้บริหารรัฐบาลเเละกระทรวงควรไปดูสภาพจริงๆ ที่ห้องพักคนไข้สามัญ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น